2 of 5 ~ FALLING - A Hikaru no Go fanfiction by Maaya [Chaineddove]
posted on 10 May 2007 22:37 by suikyo in Hikaru-no-GoDisclaimer I:
"Hikaru no Go" belongs to Hotta Yumi and Obata Takeshi, Shueisha and NED
*
Disclaimer II:
This series of fanfiction belongs to Maaya or "Chaineddove", who kindly granted me a permission to translate her very much adorable fictions and post them here. Thank you so, so much~!
*
W A R N I N G
เนื้อหาของแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มีบางส่วนบางตอนที่มีกลิ่นอายของ Shounen-Ai/Slight YAOI หากท่านรู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาทำนองนี้ โปรดข้าม entry เหล่านี้ไปนะคะ
*
**********
*
Title: 5 of Five
Fandom: Hikaru no Go
Rating: PG-15 [for this part]
Pairing: Slight AkiHika, or vice versa
*
*********
*
*
*
F A L L I N G
*
เหตุผลเดียวที่อากิระมากินข้าวกับชินโดก็เพราะว่าเขาเป็นเพียงไม่กี่คนในที่นี้ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง - ถึงแม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกขายหน้ากับไวยากรณ์ของตัวเองบ้างก็เหอะ - และหัวของเขาเริ่มโดนกระหน่ำด้วยภาษาเกาหลีที่เร็วเป็นไฟ ดูเหมือนว่าชินโดจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก เพราะยังคงสั่งอาหารด้วยความมั่นใจถึงสำเนียงจะยังฟังดูแข็งๆ ก็ตาม เจ้าตัวดูจะไม่ใส่ใจเรื่องไวยากรณ์หรืออะไรทั้งนั้น เว้นแต่กัมจาตังที่กำลังสั่งอยู่ ซึ่งบริกรสาวก็รับคำพร้อมส่งยิ้มหวานให้
ชินโดยิ้มตอบ อากิระคิดว่าการที่สามารถยิ้มกริ่มได้ทุกสถานการณ์และไอ้วิธีเฟลิตแบบไม่ตั้งใจเนี่ยชินโดคงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติพอๆ กับเวลาที่เจ้าตัวหายใจนั่นแหละ คนโดนนินทาแบบไม่รู้ตัวยังคงยิ้มอยู่ตอนที่เขาหันมาหาอากิระและบอกว่า "ชั้นชอบอาหารของที่นี่นะ"
มันก็แน่อยู่แล้วแหละ อากิระอยากจะตอบแบบนั้นกลับไป และก็อย่างอื่นอีกเยอะแยะสินะ นั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ครั้งล่าสุดที่พวกเขามาที่นี่กัน ซึ่งก็ประมาณสองสามปีมาแล้ว ชินโดยังพูดภาษาเกาหลีไม่ได้สักคำ อากิระจำได้ว่าเขาทำหน้าที่เป็นล่ามให้ในตอนนั้น ในตอนที่พวกเขายังคงเป็นคู่อริที่สนใจแค่กันและกันเท่านั้น ในตอนนี้ ความเป็นคู่แข่งได้กลายเป็นเรื่องสุดธรรมดาและไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจอีกต่อไป ชินโดฮงอินโบมีเรื่องดีๆ ให้ทำมากมาย ดีกว่าที่จะมานั่งนึกถึงความเป็นคู่แข่งในวัยเด็ก อย่างเช่นเดินทางไปบรรยายทั่วเอเชียและก็ยังคงหาเรื่องทะเลาะกับโคยงฮาอยู่ อากิระไม่เข้าใจว่าการไปค้างกับคนที่ชวนเราทะเลาะอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้นมันดีตรงไหน แต่เขาคิดว่านั่นคงจะเป็นรสนิยมประหลาดๆ อย่างหนึ่งของชินโดแน่ๆ คิดว่างั้นนะ
"นายโมโหอยู่นะ โทยะ" ชินโดบอกเขาตอนที่อาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
"เปล่า" อากิระตัดบท และหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เสริมต่อว่า "ยังดีนะที่นายไม่ได้สั่งราเม็ง"
"ชีวิตมันไม่ได้มีแต่ราเม็งอย่างเดียวน่า" ฮิคารุพูด "ชั้นเองก็ไม่ได้ชอบแบบที่นี่เขาทำกันหรอก โคติดใจมันหนักหนา ทั้งๆ ที่ชั้นว่ามันดูไม่น่ากินเอาซะมากกว่า"
"ยอมรับแล้วนั่นไง นายน่ะขาดราเม็งไม่ได้หรอก" เขากรอกตาไปมา พยายามไม่ทำให้ตัวเองอารมณ์บูด ทำให้ดูเหมือนกับว่าเขาน่ะไม่เห็นจะแคร์เลยว่าชินโดจะไปไหนหรือไปกับใคร "อย่างนายนี่แหละ"
"ทำยังกะนายแคร์นักนิ" ชินโดพูด ซึ่งอากิระอยากจะตะโกนตอกกลับว่า ไม่ใช่ นะ เขาน่ะแคร์ ขนาดคนตาเกือบบอดหรือโง่ๆ ก็ยังดูออกว่าเขาน่ะ แคร์ บ้าเอ๊ย แต่นั่นก็เป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว เขารู้ดีว่าถึงจะนึกขึ้นมาได้ว่าเดินหมากผิดไปก็ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนตำแหน่งของตาที่วางไปแล้วได้หรอก
"ใช่สิ ชั้นน่ะไม่สนหรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แล้วหันมาใส่ใจกับซุปของตัวเองพักหนึ่งก่อนที่จะเสริมไปว่า "แปลกดีนะที่นายอยู่ที่นี่ ปกติแล้วช่วงนี้จะต้องไปที่อื่นสินะ"
"ชั้นจะโบ้ยหน้าที่ของตัวเองให้คนอื่นได้ไงล่ะ" ชินโดพูด "จริงๆ แล้วที่มานี่ก็คงเป็นอะไรที่ดีกว่าเยอะก็ได้ งี่เง่าดีนะที่ชั้นปล่อยเวลาช่วงนี้ให้เปล่าประโยชน์อยู่ได้ทุกปี"
อากิระไม่รู้ว่าชินโดไปที่ไหน แต่ก็พอจะอนุมานได้จากน้ำเสียงที่ฟังดูไร้อารมณ์นั่นว่ามันไม่ใช่เรื่องงี่เง่าอย่างที่บอกและเจ้าตัวก็คงไม่ยอมเลิกทำเป็นแน่ เมื่ออากิระเงยหน้าขึ้นมา เขาเห็นอดีตคู่อริกำลังจ้องชามข้าวของตัวเอง ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์นั่นมีความเจ็บปวดแฝงอยู่ "นายน่าจะดื่มสักหน่อยนะ" เขาพูดขึ้นมา
"เอาก็ได้" ชินโดตอบ "ชั้นไม่ได้เป็น 'ไรสักหน่อย"
"ก็แหงสิ โคทิ้งให้นายนั่งซึมอยู่ตรงนี้คนเดียวได้ไงนะ?" มันน่าโมโห ...น่าโมโหสุดๆ ที่ต้องมานั่งอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ ในโซลกับเจ้าบ้านี่ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากมาด้วยสักหน่อย แล้วตัวเองก็ยังไม่ยอมถามว่าอะไรที่ทำให้ชินโดจิตตกขนาดที่ต้องลากเขาออกมากินข้าวเย็นด้วยกันแบบนี้ซะอีก โคน่ะเหมาะมากกว่าตัวเขา และนั่นก็ทำให้เจ็บปวดเหลือเกิน
"เห็นๆ อยู่ว่าชั้นไม่ได้ตัวติดกับเจ้านั่นนินะ" ชินโดแขวะกลับมา "ตอนแรกก็คิดว่านายไม่สนเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว นี่ พระเจ้า! ขอซักสิบนาทีได้มั๊ย ช่วยเลิกทำท่าเหมือนกับว่า ชั้น กำลังทำร้าย นาย อยู่ที?"
"อย่ามาล้อเล่นนะ" อากิระพูดทั้งๆ ที่รู้ว่าชินโดพูดความจริงกับเขาอยู่ เขาย้ำกับตัวเองว่าเขานั่นแหละที่เป็นคนผิด จะมามัวโทษคนอื่นไม่ได้หรอก
"นั่นยังกับลอกสิ่งที่นายพูดกับชั้นในตอนนั้นมาเลยนะ ชั้นน่ะยังจำได้'นายไม่ได้รักชั้น อย่ามาล้อเล่นนะ'" ชินโดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วสั่นหัว ราวกับว่านั่นจะช่วยให้เขาสลัดสิ่งนั้นออกไปได้ "ก็ได้ วันนี้ชั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นั่นมันเรื่องโบราณสุดๆ ไปแล้วสินะ เรายังโอเคอยู่ใช่มั๊ย?"
"ยังโอเคอยู่" อากิระตอบ อดคิดไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าพูดสิ่งที่ตรงข้ามออกไป เขาเตือนตัวเองว่าคนเราย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้ เราต้องพยายามต่อไปกับสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมันก็มีไม่มากนัก แต่อย่างน้อยที่สุดชินโดก็อยู่ในร้านอาหารนี้กับเขา แทนที่จะไปที่ไหนสักแห่งที่เจ้าตัวต้องไปอยู่ตลอดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คนที่อยู่ตรงนี้คือตัวเขา ไม่ใช่โคและก็ไม่ใช่ใครทั้งนั้น "นายน่ะหาอะไรมาดื่มเถอะ" เขาเรียกบริกรและจัดการสั่งให้
คืนนั้น พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันจนร้านปิด อากิระต้องช่วยพยุงชินโดเดินไปเรียกหาแท็กซี่ ชินโดทิ้งตัวลงซบเขา ปล่อยลมหายใจรดที่คอและริมฝีปากที่ลอยอยู่ข้างๆ ทำอากิระหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำไปตลอดทางกลับโรงแรม เขาพาชินโดไปส่งที่ห้อง และขณะที่กำลังจะเดินออกมาก็โดนรวบตัวเอาไว้ในวงแขน เจ้าของห้องกระซิบเสียง ขาดๆ หายๆ ประมาณว่าโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวบ่อยๆ และได้โปรดเถอะ แค่แปล๊บเดียวก็ได้ แค่คืนนี้ก็ได้ ขอแค่คืนนี้คืนเดียว ช่วยอยู่ด้วยกันหน่อยนะ อากิระใช้ริมฝีปากของตัวเองหยุดริมฝีปากที่กำลังวิงวอนอยู่นั่นเสีย ซึ่งก็รู้สึกดีจริงๆ จะว่าไปก็ดีมากกว่าที่เขาเคยคิดเอาไว้เยอะ มันเร่าร้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความขมขื่น ชินโดใช้มือเย็นๆ ที่กำลังสั่นระริกคู่นั้นลูบไล้เข้าไปในเสื้อเชิ้ตของเขาและพาอากิระล้มลงบนเตียงไปพร้อมกัน จิตใจของอากิระว่างเปล่าอย่างน่าพิศวงในเวลาที่ข้างนอกย่างเข้าสู่รุ่งอรุณของวันใหม่
ชินโดหลับไปก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่มาทางหน้าต่าง แต่อากิระกลับยังคงลืมตาโพลงและสมองเริ่มทำงานได้อีกครั้ง เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของชินโดฟังดูดังอย่างน่าตกใจในความเงียบสงบของยามเช้า อากิระอดหวั่นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เขาควรจะออกไปจากห้องดีไหม? น่าจะเข้าท่านะ ชินโดคงไม่อยากเห็นหน้าเขาหลังจากเกิดเรื่องแบบนี้แล้วสินะ แค่คิดอีกที นี่อาจเป็นโอกาสให้ถอนตัวจากเกมอันสิ้นหวังที่เขาเล่นอยู่ในช่วงสองสามปีมานี้แล้วมาเริ่มต้นใหม่ซะทีก็ได้ เมื่อคิดแบบนั้นเขาก็ดึงชินโดเข้ามาชิด หลับตาลง และบอกตัวเองให้พักผ่อนเสียที
*
*
*
**********
F A L L I N G - ends.



) แต่ว่าขอเป็นหลังจากที่ลงครบทั้งห้าตอนก่อนละกันนะจ๊ะ
อากิเขรอ~อย่าเพิ่งถอดใจสิฮร้า~~ สู้วๆเข้า~!!
...ฟิคคิดมากอย่างนี้เนี่ยสุดยอดไปเลยค่า แล้วจะรออ่านตอน3ต่อนะเคอะ กรี๊ซ~> <"
#1 By - Hikaki - on 2007-05-10 23:04