Disclaimer I:

"Hikaru no Go" belongs to Hotta Yumi and Obata Takeshi, Shueisha and NED

*

Disclaimer II:

This series of fanfiction belongs to Maaya or "Chaineddove", who kindly granted me a permission to translate her very much adorable fictions and post them here. Thank you so, so much~!

*

W A R N I N G

เนื้อหาของแฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มีบางส่วนบางตอนที่มีกลิ่นอายของ Shounen-Ai/Slight YAOI หากท่านรู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาทำนองนี้ โปรดข้าม entry เหล่านี้ไปนะคะ

*

**********

*

Title: 5 of Five

Fandom: Hikaru no Go

Rating: G [for this part]

Pairing: Slight AkiHika, or vice versa

*

*********

*

*

*

B R E A T H E

อากิระรู้อยู่เสมอว่าใกล้จะถึงวันที่ห้าพฤษภาคมแล้ว ที่ว่ารู้นี่ไม่ได้มาจากการฉีกแผ่นปฏิทิน หรืออากาศที่อบอุ่นขึ้น หรือว่ากลีบดอกซากุระร่วงหล่น เขารู้ได้จากดวงตาของชินโด เมื่อดวงตาสีเขียวคู่นั้นดูหม่นหมอง เมื่อเจ้าของหลุบดวงตาคู่นั้นลงเวลาเดิน เมื่อดวงตาคู่นั้นฉายแววแห่งความสับสน เขารู้ได้จากน้ำเสียงของชินโด เมื่อเสียงนั้นฟังดูสดใสจนมากเกินไป เมื่อชินโดพูดอย่างตะกุกตะกักด้วยความเร่งรีบ เมื่อจู่ๆ เขาก็เงียบไปเสียเฉยๆ และเหม่อมองไปในความว่างเปล่าที่โทยะมั่นใจว่าเจ้าตัวคงไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เขาคงไม่มีวันตามไปได้ เขารู้ได้จากวิถีโกะของชินโด จากทุกๆ ตาที่วางไปด้วยความเฉียบคม และทุกๆ ครั้งที่เจ้าตัวเคาะพัดกับกระดานโกะ

วันที่ห้าพฤษภาใกล้เข้ามา และอากิระรู้สึกตึงเครียดมากขึ้นทุกๆ ปี เขารู้สึกมั่นใจอย่างประหลาดว่า จะต้องเกิดอะไรสักอย่างขึ้นแน่ ความรู้สึกนี้มันทิ่มแทงเข้ามาในกระดูกและชินโดก็เหมือนจะยิ่งทำตัวแปลกๆ มากขึ้นกว่าเดิม เขาจ้องมองชินโดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระดานโกะ นี่จะอาจจะฟังดูเหมือนเรื่องเหลวไหล แต่เขากล้าสาบานว่าเขาไม่รู้จักคนที่กำลังจ้องตอบกลับมาอยู่เลย เขาอยากถามชินโดเหลือเกินว่านายไปอยู่ที่ไหน จับไหล่แล้วเขย่าตัวคู่อริของเขาแรงๆ ให้กลับมาอยู่ตรงหน้านี่ แต่เขาก็ไม่เคยทำอย่างที่คิด ไม่ได้ทำแม้กระทั่งในตอนที่ใกล้จะถึงวันที่ห้าพฤษภา เมื่อชินโดกลายเป็นคนแปลกหน้าและดูห่างเหินเหลือเกิน

เมื่อถึงวันที่ห้าพฤษภา ชินโดจะหายตัวไป ปีแล้วปีเล่าที่อากิระใช้เวลาในวันนั้นอย่างสับสนเพื่อพยายามควบคุมความปั่นป่วนภายในตัว เมื่อวันที่หกพฤษภา ชินโดก็ปรากฎตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง พร้อมกับดวงตาที่ดูเหนื่อยล้ากับรอยยิ้มแห้งๆ และบรรยากาศบางอย่างที่ให้ความรู้สึกแสนสงบและเก่าแก่มากกว่าเสื้อยืดหมายเลข 5 สุดยับย่นที่เจ้าตัวใส่อยู่กับผมกระเซอะกระเซิงบนหัวนั่น ปีแล้วปีเล่าที่ชินโดกลับมาอยู่เคียงข้างเขาอย่างสงบ และอากิระก็หายใจได้เป็นปกติอีกครั้ง

ระหว่างพวกเขาทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยความเงียบงัน บางครั้งอากิระอดสงสัยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมหากเขาจะเอื้อมมือ -แค่ครั้งเดียวเท่านั้น- ไปสัมผัสความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในใบหน้าของชินโด เขาเป็นคนที่พูดไม่เก่งและไม่ถนัดการแสดงความรู้สึก ดังนั้นจึงไม่รู้วิธีที่จะพูดกับชินโดในเรื่องที่เขาอยากรู้มากเหลือเกินได้อย่างไร มันอยู่ในทุกๆ คำพูดที่เขาไม่มีวันพูดออกไป

เขาเคยลองอยู่สองสามครั้งแต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่จริงจังพอ บ่ายแก่ๆ ของวันหนึ่งช่วงปลายเดือนเมษา พวกเขานั่นกินไอศกรีมอยู่ในสวนหลังจากที่แข่งโกะเสร็จ ชินโดไม่ได้กลัดกระดุมเสื้อสูทและที่เสื้อเชิ้ตก็มีรอยเปื้อนช็อคโกแล็ตติดอยู่ ระยะหลังมานี้คู่อริของเขาดูเหมือนจะค่อนข้างประสาทนิดๆ อย่างเช่นตอนกำลังพูดๆ อยู่ก็หุบปากสนิทซะกลางคัน หรือบทจะพูดขึ้นมาก็พูดเร็วกว่าปกติสอง-สามเท่า แต่ในวันนั้นชินโดกลับมีท่าทีสงบเยือกเย็น อากิระจึงลองเลียบเคียงถามดู "แม่ชั้นชวนนายมากินข้าวเย็นด้วยกันเสาร์หน้าแน่ะ"

จู่ๆ ก็เหมือนกับมีกำแพงมาขวางกั้นระหว่างเขาทั้งสอง อากิระรู้สึกได้ถึงกำแพงนี้ได้ก่อนทีชินโดจะพูดออกมาให้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรน่าใส่ใจ "อ๊ะ... โทษทีนะ วันนั้นชั้นติดธุระซะแล้วสิ"

"ว่าไงนะ?" อากิระฝืนดึงดันต่อไปทั้งๆ ที่ไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน ชินโดยิ้มให้ และแสงที่ส่องทาบอยู่บนใบหน้านั้นืให้อากิระอยากสัมผัสแก้มอุ่นๆ และลิ้มรสประกายแสงที่อยู่บนริมฝีปากคู่นั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาคงไม่มีทางทำแบบนั้นได้แน่ๆ

"ชั้นต้องไปงานศพงานนี้ให้ได้" ชินโดพูด "ฝากบอกแม่นายด้วยนะว่าชั้นขอโทษจริงๆ"

"งั้นก็อาทิตย์หน้าได้ไหม" อากิระตอบกลับไปและคิดต่อว่า จริงๆ แล้วอาจจะเป็นปีหน้า

"คงได้มั้ง" ชินโดตอบอย่างปัดๆ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวมักจะไม่ยอมพลาดโอกาสกินฟรีเลยก็ตาม ก่อนที่เขาทั้งสองจะแยกกัน ชินโดจ้องอากิระอยู่นานจนรู้สึกน่าอึดอัด อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัวคิดอะไรอยู่กันแน่ "โชคดีนะ โทยะ" เขาพูดออกมาในที่สุด

"อาทิตย์นี้ชั้นแข่งกับคาโดวะกิเองนะ" อากิระพูด

"ก็นั่นแหละ" ชินโดพูดกับเขา "เอาเป็นว่าขอให้โชคดีก็ละกัน" รอยยิ้มนั้นทำให้อากิระรู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัดไปช่วงหนึ่ง ชินโดยิ้มเหมือนกับว่าเจ้าตัวเข้าใจทุกอย่าง อากิระเปิดปากเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา ชินโดหมุนตัวและเดินจากไป

อากิระคิดว่าทุกอย่างมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ปีแล้วปีเล่า เมื่อถึงวันที่ห้าพฤษภา ชินโดจะหายตัวไป พอถึงวันที่หก ชินโดก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง แต่ในปีหนึ่ง เมื่อถึงวันที่หกพฤษภา กลับไม่มีร่องรอยของชินโด อากิระเฝ้ารอจนรอบตัวมืดสนิทและรู้สึกมั่นใจอย่างประหลาดว่าคราวนี้ชินโดได้หายตัวไปแล้ว คงจะที่ไหนสักแห่งที่เจ้าตัวไปในช่วงนี้ของทุกปี เขาไล่ตามชินโดมาหลายปี ใช้เวลาเนิ่นนานจ้องมองไปในที่ที่ไกลแสนไกลเพื่อค้นหาเงาของชินโด และเมื่อถึงวันที่เจ็ดพฤษภา อากิระก็เข้าใจว่าถึงแม้ว่าเขาจะวิ่งไปจนกระทั่งหมดลมหายใจ ก็จะไม่มีชินโดยืนรอเขาอยู่ที่นั่น

*

*

*

**********

B R E A T H E - ends.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮิคูง~~~~~อย่าทำอย่างนี้สิฮร้า~~ บอกอากิไปซะทีเซ่~~~~T[]T
แฮปปี้ฮิคาโกะเดย์นะค้า~~!! ผ่านไปอีกปีแล้วสิเนี่ย 55+

ขอบคุณที่แปลฟิคมาให้อ่านกันนะเคอะ ...แล้วจะรอตอนต่อๆ> <"

ปล. แว้บมาโยนแท็กOTP ช่วยรับไว้ด้วยนะก๊าบ~~

#1 By - Hikaki - on 2007-05-05 09:38

สงสารอากิระคุง ไล่ตามฮิคารุคุงมาโดยตลอดแท้ๆ T[]T
สุขสันต์วันเกิดฮิคารุคุงนะฮะ ถึงวันนี้ก็ยังคงตามหาซาอิอยู่สินะ แต่ว่าลองหันมามองคนที่รอนายอยู่ข้างหลังบ้างดิ~

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านน้อ (แอบรอไม่ไหว เลยไปนั่งอ่านเองก่อน)

#2 By Miyago on 2007-05-05 10:32

โฮ่ย~~~~~~~~ >w< ถูกใขมากค่ะ!!!!
เห็นแล้วอยากไปติดต่อขอฟิคเทลส์มาแปลเองมั่งเลย

#3 By Icys :: ตีเจตนา on 2007-05-06 22:57

เข้ามาขุดบลอค แหะๆ
เพิ่งจะอ่านฟิคได้ไม่นาน[ก่อนหน้านี้อ่านไม่ได้ จินตนาการไม่ถึง แต่หลังจากโดนลากลงหลุมทูยูก็อ่านฟิคได้แล้ว]

ชอบฮิคาโกะมากๆ แม้จะจบไปนานแล้วก็ตาม ><
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ เด๋วค่อยๆอ่านตอนที่เหลือ //อ่านฟิคได้แล้วแต่ยังอ่านช้าอยู่

#4 By SK-SaKU :: With Your Smile on 2007-09-05 14:30