ตอนช่วงที่เรียนอยู่ ข้อกล่าวหาเดียวที่เรากลัวมากๆ ก็คือการถูกสงสัยว่าไปลอกความคิดของคนอื่น (Plagiarism) ค่ะ

มันก็เลยกลายมาเป็นนิสัยประหลาดๆ (ไม่รู้ลำดับที่เท่าไหร่) ของเรา ที่จะต้องคอยพะวงในการบอกกล่าวเจ้าของผลงาน หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะใส่บรรดาเครื่องหมาย/footnote อะไรก็ได้เอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นกันชัดว่า สิ่งที่เรานำมาใช้งานอยู่นี้ไม่ใช่ผลงานของตัวเอง

ดังนั้น ในหลายๆ entry จึงจะมีพื้นที่เพื่อบอกกล่าวกัน อาจจะเป็นบรรทัดสุดท้ายของ entry นั้น หรือไม่ก็วงเล็บข้างๆ ของสิ่งที่เรายกเอามา (ยกเว้นตอนเบลอๆ หรือเป็นการ up อย่างเร่งด่วน แต่ก็จะมาลงให้ทุกครั้งตามหลัง -- ถ้าไม่หลงลืมหล่ะนะ)

เพราะอะไรน่ะหรือ?

ก็เพื่อให้เกียรติแก่เจ้าของผลงานตัวจริงน่ะสิคะ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ บทความ หนังสือ หรืออะไรก็ตามที่เขียนกันอยู่ตามบอร์ดสาธารณะ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เจ้าของบอกเอาไว้แล้วว่าให้นำไปใช้ได้อย่างอิสระ ถ้าบริสุทธิ์ใจกันจริง ก็ขอให้บอกกล่าวกันสักนิด ไม่ว่าจะโดยตรงหรืออ้อมๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ

ปล. 1 >> Avatar หัวหอมที่ใช้อยู่ตอนนี้เอามาจาก blog ภาษาจีน ตามลิ้งค์ "Onion Club" ที่ข้างล่าง (Link) ไปชมผลงานเต็มของชมรมคนรักหัวหอมได้เลยค่ะ

ปล. 2 >> ถ้าเข้ามาอ่านแล้วงงว่าเจ้าของบล๊อกมันบ้าอะไรขึ้นมา บอกสั้นๆ ว่าตอนนี้ยังไม่เข้าโหมดนางมาร ไม่อยากเป็นเรื่องเป็นราวกับใคร แต่เกี่ยวกับเรื่องอะไรสักอย่างที่เราสมัครใจไปทำไว้ที่สถานที่สาธารณะแห่งหนึ่งใน cyber spaceแล้วมีผู้หวังดีวิสาสะหยิบเอามาใช้งานทั้งๆ ที่เราได้เขียนเอาไว้ใน Sticky Topic อย่างชัดเจนว่า "ขอให้เป็นความบันเทิงเฉพาะในกลุ่มคน... ที่อยู่ที่นี่เท่านั้น"

***************

While I was studying, the only thing I feared the most was being falsely accused as a plagiarist.

Thus, it has become one of (the many) oddish habits I possess -- that I would try to contact the owner(s) before using his/her works, or at least give hints (with symbols/footnotes) that the things here were NOT my own creation.

As you might've been aware, many of the entries here have been noted, either at the bottom of the page or in the blankets right beside the stuff, telling the who's and whereabout's they were taken from. [Well, except when the blog's owner was in the blurrish or hasty state, but would definitely come back to accredit them, anyway.]

And what's that for, then?

It ismy humbleway to honour the real creators of any pictures/illustrations, articles, books or whatever being posted in any public discussion boards, or even those the owners generously declare as "freely taken". This somewhat expresses our sincerity, no matter if it's a sort of direct accreditation or not.

PS I >> The animated Onion avatar shown here was taken from a Chinese blog - Onion Club - [URL as in the Link category at the bottom of the page.] Many more lovely stuff are waiting for exploration there.

PS II >> If you're getting confused why the hell the stupid blog's owner wrote this entry, be patient or simply forget it. I'm not yet in full bitch mode to start a row with anyone. Says, it's concerning something Ihad donefor a certain public place in the cyber space and being taken without prior notice by certain good-will distributors -- depite the fact that I'd had clearly expressed in a Sticky Topic that: "This is for internal entertainment only."

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมว่าการให้ Credit เป็นสิ่งที่น่านับถือมากครับ
ส่วนตัวแล้วเคยทั้งโดนให้ (และก็ถึงขั้นตัดทิ้ง)
จนชาชินไปเสียแล้ว แต่ก็ยังดีใจที่มีคนแบบคุณอยู่ในสังคม
น่านับถือมาก ๆ ครับ
เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งค่ะ การให้ credit เป็นการแสดงมารยาทแล้วก็เจตนาที่บ่งบอกว่าเราไม่ได้คิดจะแอบอ้างงานของผู้อื่นมาเป็นของตน ซึ่งน่านับถือมากจริงๆ สำหรับคนที่ยึดถือและไม่เคยละเมิดกฎข้อนี้อย่างคุณ fern นะคะ ^ ^

#2 By Irregulars on 2006-08-22 17:40

เรื่องแบบนี้เกิดทั้งในและต่างประเทศค่ะ

ที่จริง เราก็เคยเขียนentryเรื่องนี้ไปแล้วครั้งนึง เพราะเพื่อนเราโดนเอาบทสรุปที่เขียนเอง ไปอ้างเป็นของตัวเองแล้วขาย ซึ่งการใช้เชิงพาณิชย์นี่ เป็นการกระทำที่น่าเกลียดมาก ถ้าเจ้าของประกาศบอกแล้วไม่อนุญาตให้ใช้ที่อื่น แต่ยังมีคนเอาไปใช้ อันนี้สามารถฟ้องร้องกันได้นะคะ(ความรู้จากเพื่อนนักกฎหมาย)

น่าเสียดายที่ยังมีคนไทยมักง่ายอีกมาก...

เมื่อไรมันจะหมดไปซะทีล่ะคะ -_-"

#3 By Icys :: ตีเจตนา on 2006-08-22 17:47

การเอาของคนอื่นมาใช้โดยไม่ให้เครดิตบอกจนปากเปียกปากแฉะว่าไม่ดี ยังไงก็ยังมีคนทำอยู่ = ="
เรื่องแบบนี้คงต้องแก้ที่นิสัยสถานเดียวล่ะ

#4 By Miyago on 2006-08-22 19:41

เราว่าคนที่เอาของคนอื่นมาไม่บอกเครดิตนี่น่าเกลียดนะ
น่าจะให้เป็นกฏหมาย เพราะเห็นว่าในไทยมีของแบบนี้เยอะมากๆๆ

#5 By eakusnez on 2006-08-22 20:11

@ คุณภูฯ & irr-san:

ข้าน้อยมิบังอาจรับคำชมของพวกท่านดอกเจ้าค่ะ

*****

เห็นด้วยนะคะ ที่ว่าเรื่องแบบนี้มันต้องแก้ที่นิสัย แต่ก็นะ... คนเรามันจะไม่มีจิตสำนึกเล็กๆ น้อยกันบ้างเลยเหรอ ถ้าจะเอาของเขาไปใช้แล้วถ้าไม่กล้าบอกกับเขาโดยตรง ก็น่าจะเขียนๆ เอาไว้ที่พื้นที่ของตัวเองสักนิดนะคะ ว่าไปเอาจากที่ไหนมา หรือว่าใครเป็นคนทำ เพราะพูดกันตรงๆ นะคะ ถ้าเราไปเห็นอะไรที่อยู่ในพื้นที่ของใคร หรือใครเป็นคน up เจ้าสิ่งนั้น คน-คนนั้นก็น่าจะเป็นเจ้าของงานนั้นใช่ไหมคะ?

*****
@ คุณ icys:
อ๋อ... เรื่อง entry อันนั้นเราก็อ่านนะคะ แต่ดันจำไม่ได้ว่าตัวเองไปเขียนคอมเม้นท์อะไรเอาไว้หรือเปล่า แฮ่... คนมันแก่แล้วก็ขี้หลงขี้ลืมแบบนี้แหละ

ไอ้เจ้า "ความหวังดี" แบบไม่เข้าท่านี่เมื่อไหร่มันจะหมดไปเสียทีนะ

#6 By fern on 2006-08-23 14:36

เห็นด้วยทุกประการฮะ

เครดิตเนี่ย จริงๆแล้วสำคัญมากกกกก - -"

#7 By ALLVALENTINE on 2006-08-27 00:54